
Daylight Saving เริ่ม 4 ตุลาคมนี้
คืนนี้เสียเวลานอน 1 ชม. Daylight Saving กลับมาแล้ว สรุปเวลาออสฯ เทียบไทย พร้อมเปิดประวัติศาสตร์ทำไมบางรัฐถึงไม่ยอมใช้ระบบนี้
Daylight Saving กลับมาอีกแล้วนะครับ นั่นก็เท่ากับว่าคืนนี้เราจะเสียเวลานอนกันไป 1 ชั่วโมงเพราะพรุ่งนี้นั่นคือวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม เราจะเริ่มปรับเวลาเข้าสู่ช่วง Daylight Saving Time หรือ DST กันแล้ว

ใครที่อยู่รัฐทางใต้ ๆ อย่าง New South Wales, Victoria, South Australia, Tasmania และ ACT เมื่อถึงเวลาตี 2 ปุ๊บ ระบบเวลาจะกระโดดข้ามไปเป็นตี 3 ทันที ซึ่งฝรั่งมักจะเรียกเหตุการณ์นี้ว่า Spring Forward ส่วนสมาร์ทโฟนนั้นจะเปลี่ยนเวลาให้เองอัตโนมัติ ตื่นมาจะได้ไม่ตกใจกันนะครับ
นั่นหมายความว่า ถ้าพรุ่งนี้คุณตื่น 7 โมงเช้าตามเวลาบนหน้าจอ ร่างกายจะได้รับการพักผ่อนน้อยลง 1 ชั่วโมงเมื่อเทียบกับคืนปกติ ใครไม่อยากตื่นมาแล้วรู้สึกงัวเงีย แนะนำให้คืนนี้รีบเข้านอนเร็วกว่าปกติสักนิด ร่างกายจะได้ปรับตัวทันครับ
อัปเดตเวลาออสเตรเลีย vs ไทย
เพื่อไม่ให้งงเวลาจะโทรกลับไปคุยกับคนที่บ้าน หรือนัดคุยงาน ลองมาดูสรุปความต่างของเวลาหรือ Time Zone เทียบกับประเทศไทยตามนี้เลยครับ


ทำไมออสเตรเลียถึงต้องมี Daylight Saving?
ย้อนกลับไปในอดีต จุดเริ่มต้นของการปรับเวลาลักษณะนี้มาจากช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยเริ่มนำมาใช้ในประเทศเยอรมนีและอังกฤษเพื่อลดการใช้พลังงานและถ่านหิน เพราะการขยับเวลาให้ตรงกับแสงสว่างของธรรมชาติจะช่วยลดการเปิดไฟในตอนกลางคืนได้ ออสเตรเลียเองก็นำแนวคิดนี้มาใช้ในช่วงสงครามโลกเพื่อประหยัดพลังงานเช่นเดียวกัน ก่อนจะนำมาใช้อย่างเป็นทางการในเวลาต่อมา
พอเข้าช่วงซัมเมอร์ โลกของเราจะเอียงเข้าหาดวงอาทิตย์มากขึ้น ทำให้ช่วงเวลากลางวันยาวนานกว่ากลางคืนมากกกก ถ้าเราไม่เลื่อนเวลา ดวงอาทิตย์จะขึ้นเช้าเกินไป แสงสว่างช่วงนั้นก็จะสูญเปล่า เขาเลยมีไอเดียว่า "งั้นเราเลื่อนเข็มนาฬิกาไปข้างหน้า 1 ชั่วโมงสิ" เพื่อย้ายเอาแสงสว่างตอนเช้าตรู่ ไปโปะไว้ตอนเย็นแทน
เป้าหมายหลักในยุคแรกเริ่มตั้งแต่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม คือเรื่องของการเพิ่มผลผลิตหรือ Productivity ครับ เพราะการมีแสงสว่างในตอนเย็นมากขึ้นหมายถึงโรงงานและร้านค้าต่าง ๆ สามารถยืดเวลาทำงานหรือเปิดให้บริการได้นานขึ้นโดยไม่ต้องเปลืองค่าไฟ
เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนมาจนถึงปัจจุบัน ผลพลอยได้ที่ตามมาก็คือเรื่องของไลฟ์สไตล์ครับ เรามีเวลาทำกิจกรรมเอาท์ดอร์หลังเลิกงานได้นานขึ้น ไปเดินเล่นชิล ๆ ริมหาด ปิกนิกที่สวนสาธารณะ หรือปาร์ตี้บาร์บีคิวกับเพื่อนได้ฟีลซัมเมอร์สุด ๆ ครับ
ถ้าเรา "ไม่เปลี่ยนเวลา" จะเกิดอะไรขึ้น?
ลองจินตนาการภาพเมลเบิร์นหรือซิดนีย์ช่วงกลางเดือนธันวาคมซึ่งเป็นช่วงพีคของซัมเมอร์ ถ้าออสเตรเลียยกเลิก DST ดูนะครับ:
ดวงอาทิตย์โผล่มาทักทายตั้งแต่ตีสี่ แสงแดดจะสาดส่องทะลุม่านเข้ามาแยงตา พร้อมเสียงนกร้องปลุกเราตั้งแต่ยังไม่ตี 5 ทั้ง ๆ ที่เราควรจะได้นอนหลับสนิท เด็ก ๆ อาจจะยังหลับได้ แต่ผู้ใหญ่บางคนอาจจะตื่นตามแสงอาทิตย์โดยไม่สามารถปฎิเสธร่างกายตัวเองได้
สรุปง่าย ๆ คือ Daylight Saving มีไว้เพื่อให้เราได้ "ใช้ชีวิต" คุ้มค่ากับอากาศดีๆ ในช่วงซัมเมอร์นั่นเองครับ แม้ว่าช่วง 2-3 วันแรกอาจจะเบลอ ๆ ง่วง ๆ ไปบ้าง เพราะร่างกายยังปรับตัวไม่ทัน แต่รับรองว่าพอชินแล้ว จะเลิฟบรรยากาศสว่างยาว ๆ ตอนเย็นแน่นอน
เคยมีคนพยายาม "ยกเลิก" Daylight Saving บ้างไหม?
หลายคนคงสงสัยว่า ถ้ามันทำให้คนงง นาฬิกาชีวภาพรวน แล้วเคยมีใครพยายามต่อต้านหรือขอยกเลิกไอ้ระบบนี้ไหม คำตอบคือมีครับ แถมสู้กันระดับชาติ ลงประชามติกันมาแล้วด้วย
รัฐที่พยายามต่อสู้เรื่องนี้ที่สุดจนเกิดเป็นหน้าประวัติศาสตร์ คือ เวสเทิร์นออสเตรเลีย หรือ WA และ ควีนส์แลนด์ หรือ QLD ซึ่งผลลัพธ์ก็คือพวกเขาทำสำเร็จในการยกเลิกครับ
1. รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย: ทดลอง 4 รอบ ก็ยังโหวต "ไม่เอา"
ชาวเพิร์ทและคนในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียคือผู้ที่ต่อสู้กับ DST มาอย่างยาวนาน รัฐบาลเคยพยายามให้ทดลองใช้ถึง 4 ครั้ง โดยครั้งที่ดุเดือดที่สุดคือช่วงปี 2006 ถึง 2009 ซึ่งรัฐบาลบังคับทดลองใช้ไปเลย 3 ปีเต็ม ๆ พอจบโปรเจกต์ก็จัดลงประชามติให้ประชาชนโหวตตัดสินใจ
- ฝ่ายที่อยากให้มีซึ่งเป็นฝั่งธุรกิจในเมือง: อยากให้เวลาขยับเข้าใกล้ฝั่งตะวันออกอย่างซิดนีย์และเมลเบิร์น จะได้คุยธุรกิจกันง่ายขึ้น ไม่ต้องรอเวลาเหลื่อมกันนาน
- ฝ่ายต่อต้านซึ่งเป็นชาวไร่ชาวนาและคนต่างจังหวัด: ออกมาประท้วงหนักมาก เหตุผลคือกิจวัตรประจำวันรวนไปหมด โดยเฉพาะสัตว์เลี้ยงในฟาร์มที่สับสนเวลาให้นม เพราะวัวไม่รู้จักนาฬิกานั่นเอง และที่สำคัญคือช่วงซัมเมอร์ของเวสเทิร์นออสเตรเลียแดดแรงและอากาศร้อนจัดมาก การยืดแสงอาทิตย์ไปถึง 2 ถึง 3 ทุ่ม ไม่ได้ทำให้คนอยากออกไปวิ่งเล่น แต่ทำให้บ้านอบอ้าวและเปลืองแอร์กว่าเดิม
- ผลลัพธ์: ฝั่งต่อต้านชนะโหวต เวสเทิร์นออสเตรเลียจึงประกาศบอกลา Daylight Saving อย่างถาวรมาตั้งแต่ปี 2009
2. รัฐควีนส์แลนด์: เสียงแตกเพราะความกว้างของพื้นที่
ควีนส์แลนด์เคยทดลองใช้ DST และเปิดโหวตลงประชามติครั้งใหญ่ในปี 1992
- เสียงแตกเพราะภูมิประเทศ: คนฝั่งเมืองหลวงอย่างบริสเบนและโกลด์โคสต์อยากได้ DST มาก เพราะอยากเลิกงานมาเล่นเซิร์ฟปะทะเกลียวคลื่น แต่คนฝั่งเหนือที่เป็นเขตร้อนด่าเปิงเลยว่า "ซัมเมอร์แดดเผาจะตายอยู่แล้ว จะเอาแสงแดดตอน 2 ทุ่มมาทำไม"
- ผลลัพธ์: ฝั่งไม่เอาชนะโหวตไปเฉียดฉิวที่ 54.5 เปอร์เซ็นต์ ควีนส์แลนด์เลยยกเลิกการใช้ DST มาตั้งแต่นั้น
ทุกวันนี้ นักวิชาการของมหาวิทยาลัยในควีนส์แลนด์ยังคอยออกบทความซัพพอร์ตการตัดสินใจนี้อยู่เรื่อย ๆ ว่า การไม่เปลี่ยนนาฬิกาไป ๆ มา ๆ ส่งผลดีต่อสุขภาพและการนอนหลับของประชากรมากกว่าผลดีทางเศรษฐกิจที่ฝั่งใต้ชอบอ้างซะอีก
ผลของการยกเลิกแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ ของประเทศนี้
การที่บางรัฐเอาด้วย บางรัฐไม่เอาด้วย ทำให้ในช่วงซัมเมอร์ตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงเมษายน ออสเตรเลียจะกลายสภาพเป็นประเทศที่งงงวยที่สุด เพราะถูกหั่นแบ่ง Time Zone ออกเป็น 5 โซนทันที จากปกติที่มีแค่ 3 โซน สรุปคือ ใครที่อยู่ซิดนีย์ เมลเบิร์น หรือแคนเบอร์รา ก็ต้องก้มหน้าก้มตาปรับตัวและทนง่วงช่วง 2-3 วันแรกกันต่อไปนะครับ ส่วนใครอยู่บริสเบนหรือเพิร์ท แอบอิจฉาจังเลยครับ นอนหลับให้สบายนะครับ 😂
บทความที่เกี่ยวข้อง

Cultural Atlas เว็บไซต์ที่ช่วยให้เข้าใจคนต่างวัฒนธรรมในออสเตรเลีย
รู้จัก Cultural Atlas แหล่งข้อมูลที่ช่วยให้เราเข้าใจความต่างทางวัฒนธรรม เมื่อต้องทำงาน ใช้ชีวิต หรือสร้างความสัมพันธ์กับคนจากพื้นเพที่ต่างกันในออสเตรเลีย

มาอยู่ออสเตรเลียแล้ว ได้ลอง “ใช้ชีวิต” ในแบบออซซี่แล้วหรือยัง
ลองทำความรู้จักและเปิดรับวิถีชีวิตแบบออซซี่ ผ่านกิจกรรมนอกบ้าน วัฒนธรรมกีฬา และกาแฟ เพื่อเข้าใจวัฒนธรรมและใช้ชีวิตในออสเตรเลียได้กลมกลืนและมีความสุขมากขึ้น

เมื่อฤดูของ "งู" กลับมาอีกครั้งในออสเตรเลีย
ช่วง Spring และ Summer มีโอกาสเจองูมากขึ้น มาดูกันว่าควรระวังตรงไหน เจอแล้วทำยังไง และถ้าถูกกัดต้องทำอะไร